วันจันทร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2562

D-HOUSE GROUP ส่งเสริมการเพาะปลูกผลไม้และพืชไร่ ลุ่มน้ำเข็ก



โครงการ ส่งเสริมการเพาะปลูกผลไม้และพืชไร่ ลุ่มน้ำเข็ก
 ต.เข็กน้อย อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์(กรณีศึกษา)

  โครงการการทดลองส่งเสริมการเกษตรที่สูง เข็กน้อย  ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อทำการส่งเสิรมเพาะปลูกพันธุ์พืช ไม้ดอกและผลไม้เมืองหนาว สำหรับส่งเสริมให้แก่เกษตรกรทำการเพาะปลูก ในปี พ.ศ. 2562  ได้มีการสำรวจบริเวณยอดเขาค้อ,ทุ่งสะม่อ,แค้มป์สน,เข็กใหญ่,เข็กน้อย อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์  พบว่ามีความสูงเหมาะสมสำหรับทดลองพันธุ์พืชเมืองหนาว จึงดำเนินการจัดตั้งเป็นสถานที่ ส่งเสริม เกษตรทดลองเกษตรที่สูงขึ้น  
       การทดสอบพันธุ์ไม้ผลเมืองหนาวสำหรับปลูกในพื้นที่สูงภาคเหนือ และปรับปรุ่งของเดิมให้มีคุณภาพที่ดีขึ้น และทำให้เกษตรกร มีรายได้ในการจำหน่ายที่ได้รับประกันราคาสินค้า จากโครงการ  และพุนธ์ไม้ที่มีปัจจุบันซึ่งได้แก่ พันธุ์แอปเปิล พันธุ์ท้อสำหรับรับประทานสด และพันธุ์พลัม และนอกจากนี้สถานีทดลองเกษตรที่สูง   เข็กน้อย  อ.เขาค้อ พร้อมยังเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวให้กับประชาชนทั่วไปได้เข้าไปศึกษา ดูธรรมชาติ พันธุ์ไม้เมืองหนาวและเลือกซื้อผลผลิตทางการเกษตรต่างๆได้ (กรณีศึกษา)


วิสัยทัศน์

            เพื่อให้การดำเนินงานด้านการส่งเสริมการเกษตร ตามภารกิจหลักที่ได้รับมอบหมายจากกรมส่งเสริมการเกษตร บรรลุเป้าหมายที่กำหนด อย่างมีประสิทธิภาพ และมีประสิทธิผล ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร  ลุ่มน้ำเข็ก (พืชสวน) จึงได้กำหนดวิสัยทัศน์ เพื่อเป็นนโยบายในการดำเนินงาน ของโครงการดังนี้          


พันธกิจ

นโยบายในการดำเนินงานของศูนย์(วิสัยทัศน์) ที่ได้กำหนดไว้ ศูนย์ฯจึงได้พิจารณากำหนด พันธกิจที่จะต้องดำเนินการ ให้สอดคล้องกับภารกิจหลัก และให้บรรลุเป้าหมาย ดังนี้ 
1. ดำเนินการศึกษาทดสอบ เพื่อหาเทคโนโลยีที่เหมาะสม ในการผลิตและการขยายพันธุ์พืชสวน
2. ดำเนินการฝึกอบรม เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เหมาะสมให้แก่เกษตรกร
3. ดำเนินการผลิตและให้บริการปัจจัยการผลิต ที่มีคุณภาพตรงกับความต้องการและทันเวลาต้องการใช้งาน(ตามโครงการที่ได้รับมอบหมายจากกรมส่งเสริมการเกษตร)
4. ดำเนินการ ให้คำปรึกษาแนะนำทางวิชาการ(ด้านพืชสวน) ประสานงานวิชาการและติดตามประเมินผลการฝึกอาชีพ
    การผลิตบริการพันธุ์พืช และบริการทางการเกษตรอื่นๆ   


ภารกิจ

1. ศึกษา พัฒนาการฝึกอบรมการผลิตปัจจัยการผลิต และให้บริการทางการเกษตรแก่เกษตรกร
2. ฝึกอบรมอาชีพการเกษตรแก่เกษตร
3. ผลิตปัจจัยการผลิตเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาอาชีพแก่เกษตรกร
4. ให้บริการทางการเกษตร และเป็นที่ปรึกษาวิชาการเพื่อพัฒนาอาชีพการเกษตร
5. ประสานงานวิชาการ ติดตาม และประเมินผลการฝึกอาชีพการผลิต และบริการทางการเกษตร
6. ปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย



หลักการและเหตุผล

ผลผลิตเพื่อสมาชิก โครงการซีเนี่ยร์คอมเพล็ก ได้รับการบริโภคในสิ่งที่มีคุณค่าทางอาหารและสุขภาพที่ดี


ไม้ผลที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ โดยปกติจะให้ผลผลิตสูงในช่วงฤดูฝน จึงส่งผลให้ผลิตออกสู่ตลาดมาก จึงเกิดปัญหาตามมาในเรื่องของราคาผลผลิตที่ต่ำ ผู้ปลูกจึงต้องมีความเข้าใจเรื่องการปลูกและการบังคับให้ออกดอก ดังนั้นการถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับวิธีการผลิตไม้ผลให้แก่เกษตรกร และประชาชนที่สนใจ จึงเป็นอีกทางหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มมูลค่าของผลผลิต ให้คุ้มค่าต่อการลงทุน การค้าในปัจจุบัน เกษตรกรยังขาดความเข้าใจในการที่จะผลิตให้ได้คุณภาพและตรงตามความต้องการของตลาด อีกทั้งยังมีขั้นตอนการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องทำให้สิ้นเปลืองปัจจัยการผลิต นอกจากนี้ยังมีประชาชนที่ยังไม่ได้อยู่ในภาคการเกษตร แต่มีความสนใจที่จะทำการเกษตร จึงต้องการความรู้ขั้นพื้นฐานและเทคนิคในการปลูกไม้ผล เพื่อให้มีแนวทางในการจัดการได้เร็วขึ้น
จากปัญหาดังกล่าวศูนย์วิจัยและพัฒนาไม้ผลเขตร้อน จึงได้กำหนดจัดฝึกอบรมการผลิตไม้ผล เพื่อให้เกษตรกรหรือประชาชนทั่วไปที่มีความสนใจในการปลูกไม้ผล มีความรู้ความเข้าใจถึงวิธีการปลูก ปริมาณ และคุณภาพตามความต้องการของตลาดที่ต้นทุนการผลิตต่ำและให้ผลตอบแทนต่อหน่วยพื้นที่สูงสุดนอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ให้แก่ผู้ที่สนใจจะเริ่มเข้าสู่วงการเกษตรเพื่อนำไปศึกษาต่อไป
วัตถุประสงค์
1. เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับความรู้พื้นฐานของเทคนิคการผลิตไม้ผลต่างๆ
2. เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถนำเทคนิคการผลิตไม้ผลไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่แปลง ปลูก
3. เป็นการสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรและผู้ที่สนใจเพิ่มขึ้
รับการอบรม เกษตรกร



พื้นที่คากว่าจะได้รับการสนับสนุ่น การร่วมโครงการ จากประชาชนที่ราบสูง จำนวน 200,000 ไร่  จำนวนสมาชิก เกษตรกร  จำนวน 15,000  คน ในพื้นที่ราบสูง

จำนวนประชาการเขตที่ราบสูง  อ. เขาค้อ  จ.เพชรบูรณ์



โครงการศูนย์ส่งเสริมการปลูกไม้ผลเมืองหนาว" 

บนภูสูง  ลุ่มน้ำเข็กน้อย กรณีศึกษา
กลุ่ม D-HOUSE GROUP  เพื่อการท่องเที่ยวเชิงเกษตร....

ส่งเสริมการปลูกปลูกไม้ผลเขตหนาว นานาพันธุ์ ....

ลูกพีซ, ถั่วแมคคาเดเมีย, สาลี่หิมะ, ลูกไหนแดง - ลูกไหนดำ, ต้นเก๋าลัก, หยางเหมย, บ๊วย,
แมคคาเดเมีย, พลับ, แอปเปิ้ล, อโวคาโด่, น้ำเต้า, หนำเลี๊ยบ.
ไม้ดอกออกเป็นฤดูกาล : ซากุระ(พญาเสือโคร่ง), ทูมาเนีย, โบตั๋น, ไฮเดนเยียร์, แกนดิโอรัส

นอกจากนี้ยังมีไม้ผลในเมืองไทย อีกหลายสายพันธุ์...
ลิ้นจี่พันธุ์ไอ้ค่อม(ไร้เมล็ด), ลิ้นจี่จักรพรรดิ์, เงาะ, มะยงชิด, กระท้อนปุยฝ้าย, ทุเรียนหมอนทอง,
 มะเฟืองสีทอง,น้อยหน่า, กล้วยไข่(กำแพงเพชร), กล้วยเล็บมือนาง(หลังสวน), กล้วยน้ำว้า, กล้วยหอม

แก้วมังกร(หวานน้ำผึ้ง), ลำใย(อีดอ), ละมุดมาเลย์, สะตอ, ชมพู่, มะขามเทศ, มะพร้าวกะทิ

เหตผล เพื่อส่งเสริมรายได้และการสร้างงานกิจกรรม

 อาหารเพื่อสุขภาพผู้สูงอายุไทย CHB






















































โครงการ ส่งเสริมการเพาะปลูกผลไม้และพืชไร่ ลุ่มน้ำเข็ก
 ต.เข็กน้อย อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์(กรณีศึกษา)

  โครงการการทดลองส่งเสริมการเกษตรที่สูง เข็กน้อย  ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อทำการส่งเสิรมเพาะปลูกพันธุ์พืช ไม้ดอกและผลไม้เมืองหนาว สำหรับส่งเสริมให้แก่เกษตรกรทำการเพาะปลูก ในปี พ.ศ. 2562  ได้มีการสำรวจบริเวณยอดเขาค้อ,ทุ่งสะม่อ,แค้มป์สน,เข็กใหญ่,เข็กน้อย อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์  พบว่ามีความสูงเหมาะสมสำหรับทดลองพันธุ์พืชเมืองหนาว จึงดำเนินการจัดตั้งเป็นสถานที่ ส่งเสริม เกษตรทดลองเกษตรที่สูงขึ้น  
       การทดสอบพันธุ์ไม้ผลเมืองหนาวสำหรับปลูกในพื้นที่สูงภาคเหนือ และปรับปรุ่งของเดิมให้มีคุณภาพที่ดีขึ้น และทำให้เกษตรกร มีรายได้ในการจำหน่ายที่ได้รับประกันราคาสินค้า จากโครงการ  และพุนธ์ไม้ที่มีปัจจุบันซึ่งได้แก่ พันธุ์แอปเปิล พันธุ์ท้อสำหรับรับประทานสด และพันธุ์พลัม และนอกจากนี้สถานีทดลองเกษตรที่สูง   เข็กน้อย  อ.เขาค้อ พร้อมยังเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวให้กับประชาชนทั่วไปได้เข้าไปศึกษา ดูธรรมชาติ พันธุ์ไม้เมืองหนาวและเลือกซื้อผลผลิตทางการเกษตรต่างๆได้ (กรณีศึกษา)


วิสัยทัศน์

            เพื่อให้การดำเนินงานด้านการส่งเสริมการเกษตร ตามภารกิจหลักที่ได้รับมอบหมายจากกรมส่งเสริมการเกษตร บรรลุเป้าหมายที่กำหนด อย่างมีประสิทธิภาพ และมีประสิทธิผล ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร  ลุ่มน้ำเข็ก (พืชสวน) จึงได้กำหนดวิสัยทัศน์ เพื่อเป็นนโยบายในการดำเนินงาน ของโครงการดังนี้          


พันธกิจ

นโยบายในการดำเนินงานของศูนย์(วิสัยทัศน์) ที่ได้กำหนดไว้ ศูนย์ฯจึงได้พิจารณากำหนด พันธกิจที่จะต้องดำเนินการ ให้สอดคล้องกับภารกิจหลัก และให้บรรลุเป้าหมาย ดังนี้ 
1. ดำเนินการศึกษาทดสอบ เพื่อหาเทคโนโลยีที่เหมาะสม ในการผลิตและการขยายพันธุ์พืชสวน
2. ดำเนินการฝึกอบรม เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เหมาะสมให้แก่เกษตรกร
3. ดำเนินการผลิตและให้บริการปัจจัยการผลิต ที่มีคุณภาพตรงกับความต้องการและทันเวลาต้องการใช้งาน(ตามโครงการที่ได้รับมอบหมายจากกรมส่งเสริมการเกษตร)
4. ดำเนินการ ให้คำปรึกษาแนะนำทางวิชาการ(ด้านพืชสวน) ประสานงานวิชาการและติดตามประเมินผลการฝึกอาชีพ
    การผลิตบริการพันธุ์พืช และบริการทางการเกษตรอื่นๆ   


ภารกิจ

1. ศึกษา พัฒนาการฝึกอบรมการผลิตปัจจัยการผลิต และให้บริการทางการเกษตรแก่เกษตรกร
2. ฝึกอบรมอาชีพการเกษตรแก่เกษตร
3. ผลิตปัจจัยการผลิตเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาอาชีพแก่เกษตรกร
4. ให้บริการทางการเกษตร และเป็นที่ปรึกษาวิชาการเพื่อพัฒนาอาชีพการเกษตร
5. ประสานงานวิชาการ ติดตาม และประเมินผลการฝึกอาชีพการผลิต และบริการทางการเกษตร
6. ปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย



หลักการและเหตุผล

ผลผลิตเพื่อสมาชิก โครงการซีเนี่ยร์คอมเพล็ก ได้รับการบริโภคในสิ่งที่มีคุณค่าทางอาหารและสุขภาพที่ดี


ไม้ผลที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ โดยปกติจะให้ผลผลิตสูงในช่วงฤดูฝน จึงส่งผลให้ผลิตออกสู่ตลาดมาก จึงเกิดปัญหาตามมาในเรื่องของราคาผลผลิตที่ต่ำ ผู้ปลูกจึงต้องมีความเข้าใจเรื่องการปลูกและการบังคับให้ออกดอก ดังนั้นการถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับวิธีการผลิตไม้ผลให้แก่เกษตรกร และประชาชนที่สนใจ จึงเป็นอีกทางหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มมูลค่าของผลผลิต ให้คุ้มค่าต่อการลงทุน การค้าในปัจจุบัน เกษตรกรยังขาดความเข้าใจในการที่จะผลิตให้ได้คุณภาพและตรงตามความต้องการของตลาด อีกทั้งยังมีขั้นตอนการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องทำให้สิ้นเปลืองปัจจัยการผลิต นอกจากนี้ยังมีประชาชนที่ยังไม่ได้อยู่ในภาคการเกษตร แต่มีความสนใจที่จะทำการเกษตร จึงต้องการความรู้ขั้นพื้นฐานและเทคนิคในการปลูกไม้ผล เพื่อให้มีแนวทางในการจัดการได้เร็วขึ้น
จากปัญหาดังกล่าวศูนย์วิจัยและพัฒนาไม้ผลเขตร้อน จึงได้กำหนดจัดฝึกอบรมการผลิตไม้ผล เพื่อให้เกษตรกรหรือประชาชนทั่วไปที่มีความสนใจในการปลูกไม้ผล มีความรู้ความเข้าใจถึงวิธีการปลูก ปริมาณ และคุณภาพตามความต้องการของตลาดที่ต้นทุนการผลิตต่ำและให้ผลตอบแทนต่อหน่วยพื้นที่สูงสุดนอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ให้แก่ผู้ที่สนใจจะเริ่มเข้าสู่วงการเกษตรเพื่อนำไปศึกษาต่อไป
วัตถุประสงค์
1. เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับความรู้พื้นฐานของเทคนิคการผลิตไม้ผลต่างๆ
2. เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถนำเทคนิคการผลิตไม้ผลไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่แปลง ปลูก
3. เป็นการสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรและผู้ที่สนใจเพิ่มขึ้
รับการอบรม เกษตรกร



พื้นที่คากว่าจะได้รับการสนับสนุ่น การร่วมโครงการ จากประชาชนที่ราบสูง จำนวน 200,000 ไร่  จำนวนสมาชิก เกษตรกร  จำนวน 15,000  คน ในพื้นที่ราบสูง

จำนวนประชาการเขตที่ราบสูง  อ. เขาค้อ  จ.เพชรบูรณ์






โครงการ ส่งเสริมและพัฒนาการเพาะปลูกผลไม้และพืชไร่ ลุ่มน้ำเข็ก เพื่อส่งเสริมรายได้คนพื้นที่สูง ต.เข็กน้อย อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์(กรณีศึกษา)

โครงการ ส่งเสริมการเพาะปลูกผลไม้และพืชไร่ ลุ่มน้ำเข็ก
 ต.เข็กน้อย อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์(กรณีศึกษา)

  โครงการการทดลองส่งเสริมการเกษตรที่สูง เข็กน้อย  ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อทำการส่งเสิรมเพาะปลูกพันธุ์พืช ไม้ดอกและผลไม้เมืองหนาว สำหรับส่งเสริมให้แก่เกษตรกรทำการเพาะปลูก ในปี พ.ศ. 2562  ได้มีการสำรวจบริเวณยอดเขาค้อ,ทุ่งสะม่อ,แค้มป์สน,เข็กใหญ่,เข็กน้อย อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์  พบว่ามีความสูงเหมาะสมสำหรับทดลองพันธุ์พืชเมืองหนาว จึงดำเนินการจัดตั้งเป็นสถานที่ ส่งเสริม เกษตรทดลองเกษตรที่สูงขึ้น  
       การทดสอบพันธุ์ไม้ผลเมืองหนาวสำหรับปลูกในพื้นที่สูงภาคเหนือ และปรับปรุ่งของเดิมให้มีคุณภาพที่ดีขึ้น และทำให้เกษตรกร มีรายได้ในการจำหน่ายที่ได้รับประกันราคาสินค้า จากโครงการ  และพุนธ์ไม้ที่มีปัจจุบันซึ่งได้แก่ พันธุ์แอปเปิล พันธุ์ท้อสำหรับรับประทานสด และพันธุ์พลัม และนอกจากนี้  ศูนย์การส่งเสริมทดลองเกษตรที่สูง   เข็กน้อย  อ.เขาค้อ พร้อมยังเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวให้กับประชาชนทั่วไปได้เข้าไปศึกษา ดูธรรมชาติ พันธุ์ไม้เมืองหนาวและเลือกซื้อผลผลิตทางการเกษตรต่างๆได้ (กรณีศึกษา)


วิสัยทัศน์

            เพื่อให้การดำเนินงานด้านการส่งเสริมการเกษตร ตามภารกิจหลักที่ได้รับมอบหมายจากกรมส่งเสริมการเกษตร บรรลุเป้าหมายที่กำหนด อย่างมีประสิทธิภาพ และมีประสิทธิผล ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร  ลุ่มน้ำเข็ก (พืชสวน) จึงได้กำหนดวิสัยทัศน์ เพื่อเป็นนโยบายในการดำเนินงาน ของโครงการดังนี้          

โครงการศูนย์ส่งเสริมการปลูกไม้ผลเมืองหนาว" 

บนภูสูง  ลุ่มน้ำเข็กน้อย กรณีศึกษา
กลุ่ม D-HOUSE GROUP  เพื่อการท่องเที่ยวเชิงเกษตร....

ส่งเสริมการปลูกปลูกไม้ผลเขตหนาว นานาพันธุ์ ....

ลูกพีซ, ถั่วแมคคาเดเมีย, สาลี่หิมะ, ลูกไหนแดง - ลูกไหนดำ, ต้นเก๋าลัก, หยางเหมย, บ๊วย,
แมคคาเดเมีย, พลับ, แอปเปิ้ล, อโวคาโด่, น้ำเต้า, หนำเลี๊ยบ.
ไม้ดอกออกเป็นฤดูกาล : ซากุระ(พญาเสือโคร่ง), ทูมาเนีย, โบตั๋น, ไฮเดนเยียร์, แกนดิโอรัส

นอกจากนี้ยังมีไม้ผลในเมืองไทย อีกหลายสายพันธุ์...
ลิ้นจี่พันธุ์ไอ้ค่อม(ไร้เมล็ด), ลิ้นจี่จักรพรรดิ์, เงาะ, มะยงชิด, กระท้อนปุยฝ้าย, ทุเรียนหมอนทอง,
 มะเฟืองสีทอง,น้อยหน่า, กล้วยไข่(กำแพงเพชร), กล้วยเล็บมือนาง(หลังสวน), กล้วยน้ำว้า, กล้วยหอม

แก้วมังกร(หวานน้ำผึ้ง), ลำใย(อีดอ), ละมุดมาเลย์, สะตอ, ชมพู่, มะขามเทศ, มะพร้าวกะทิ

เหตผล เพื่อส่งเสริมรายได้และการสร้างงานกิจกรรม

 อาหารเพื่อสุขภาพผู้สูงอายุไทย CHB


พันธกิจ

นโยบายในการดำเนินงานของศูนย์(วิสัยทัศน์) ที่ได้กำหนดไว้ ศูนย์ฯจึงได้พิจารณากำหนด พันธกิจที่จะต้องดำเนินการ ให้สอดคล้องกับภารกิจหลัก และให้บรรลุเป้าหมาย ดังนี้ 
1. ดำเนินการศึกษาทดสอบ เพื่อหาเทคโนโลยีที่เหมาะสม ในการผลิตและการขยายพันธุ์พืชสวน
2. ดำเนินการฝึกอบรม เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เหมาะสมให้แก่เกษตรกร
3. ดำเนินการผลิตและให้บริการปัจจัยการผลิต ที่มีคุณภาพตรงกับความต้องการและทันเวลาต้องการใช้งาน(ตามโครงการที่ได้รับมอบหมายจากกรมส่งเสริมการเกษตร)
4. ดำเนินการ ให้คำปรึกษาแนะนำทางวิชาการ(ด้านพืชสวน) ประสานงานวิชาการและติดตามประเมินผลการฝึกอาชีพ
    การผลิตบริการพันธุ์พืช และบริการทางการเกษตรอื่นๆ   


ภารกิจ

1. ศึกษา พัฒนาการฝึกอบรมการผลิตปัจจัยการผลิต และให้บริการทางการเกษตรแก่เกษตรกร
2. ฝึกอบรมอาชีพการเกษตรแก่เกษตร
3. ผลิตปัจจัยการผลิตเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาอาชีพแก่เกษตรกร
4. ให้บริการทางการเกษตร และเป็นที่ปรึกษาวิชาการเพื่อพัฒนาอาชีพการเกษตร
5. ประสานงานวิชาการ ติดตาม และประเมินผลการฝึกอาชีพการผลิต และบริการทางการเกษตร
6. ปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย



หลักการและเหตุผล

ผลผลิตเพื่อสมาชิก โครงการซีเนี่ยร์คอมเพล็ก ได้รับการบริโภคในสิ่งที่มีคุณค่าทางอาหารและสุขภาพที่ดี


ไม้ผลที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ โดยปกติจะให้ผลผลิตสูงในช่วงฤดูฝน จึงส่งผลให้ผลิตออกสู่ตลาดมาก จึงเกิดปัญหาตามมาในเรื่องของราคาผลผลิตที่ต่ำ ผู้ปลูกจึงต้องมีความเข้าใจเรื่องการปลูกและการบังคับให้ออกดอก ดังนั้นการถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับวิธีการผลิตไม้ผลให้แก่เกษตรกร และประชาชนที่สนใจ จึงเป็นอีกทางหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มมูลค่าของผลผลิต ให้คุ้มค่าต่อการลงทุน การค้าในปัจจุบัน เกษตรกรยังขาดความเข้าใจในการที่จะผลิตให้ได้คุณภาพและตรงตามความต้องการของตลาด อีกทั้งยังมีขั้นตอนการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องทำให้สิ้นเปลืองปัจจัยการผลิต นอกจากนี้ยังมีประชาชนที่ยังไม่ได้อยู่ในภาคการเกษตร แต่มีความสนใจที่จะทำการเกษตร จึงต้องการความรู้ขั้นพื้นฐานและเทคนิคในการปลูกไม้ผล เพื่อให้มีแนวทางในการจัดการได้เร็วขึ้น
จากปัญหาดังกล่าวศูนย์วิจัยและพัฒนาไม้ผลเขตร้อน จึงได้กำหนดจัดฝึกอบรมการผลิตไม้ผล เพื่อให้เกษตรกรหรือประชาชนทั่วไปที่มีความสนใจในการปลูกไม้ผล มีความรู้ความเข้าใจถึงวิธีการปลูก ปริมาณ และคุณภาพตามความต้องการของตลาดที่ต้นทุนการผลิตต่ำและให้ผลตอบแทนต่อหน่วยพื้นที่สูงสุดนอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ให้แก่ผู้ที่สนใจจะเริ่มเข้าสู่วงการเกษตรเพื่อนำไปศึกษาต่อไป
วัตถุประสงค์
1. เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับความรู้พื้นฐานของเทคนิคการผลิตไม้ผลต่างๆ
2. เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถนำเทคนิคการผลิตไม้ผลไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่แปลง ปลูก
3. เป็นการสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรและผู้ที่สนใจเพิ่มขึ้
รับการอบรม เกษตรกร



พื้นที่คากว่าจะได้รับการสนับสนุ่น การร่วมโครงการ จากประชาชนที่ราบสูง จำนวน 200,000 ไร่  จำนวนสมาชิก เกษตรกร  จำนวน 15,000  คน ในพื้นที่ราบสูง

จำนวนประชาการเขตที่ราบสูง  อ. เขาค้อ  จ.เพชรบูรณ์





































































หลักการและเหตุผล

ผลผลิตเพื่อสมาชิก โครงการซีเนี่ยร์คอมเพล็ก ได้รับการบริโภคในสิ่งที่มีคุณค่าทางอาหารและสุขภาพที่ดี

ไม้ผลที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ โดยปกติจะให้ผลผลิตสูงในช่วงฤดูฝน จึงส่งผลให้ผลิตออกสู่ตลาดมาก จึงเกิดปัญหาตามมาในเรื่องของราคาผลผลิตที่ต่ำ ผู้ปลูกจึงต้องมีความเข้าใจเรื่องการปลูกและการบังคับให้ออกดอก ดังนั้นการถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับวิธีการผลิตไม้ผลให้แก่เกษตรกร และประชาชนที่สนใจ จึงเป็นอีกทางหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มมูลค่าของผลผลิต ให้คุ้มค่าต่อการลงทุน การค้าในปัจจุบัน เกษตรกรยังขาดความเข้าใจในการที่จะผลิตให้ได้คุณภาพและตรงตามความต้องการของตลาด อีกทั้งยังมีขั้นตอนการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องทำให้สิ้นเปลืองปัจจัยการผลิต นอกจากนี้ยังมีประชาชนที่ยังไม่ได้อยู่ในภาคการเกษตร แต่มีความสนใจที่จะทำการเกษตร จึงต้องการความรู้ขั้นพื้นฐานและเทคนิคในการปลูกไม้ผล เพื่อให้มีแนวทางในการจัดการได้เร็วขึ้น
จากปัญหาดังกล่าวศูนย์วิจัยและพัฒนาไม้ผลเขตร้อน จึงได้กำหนดจัดฝึกอบรมการผลิตไม้ผล เพื่อให้เกษตรกรหรือประชาชนทั่วไปที่มีความสนใจในการปลูกไม้ผล มีความรู้ความเข้าใจถึงวิธีการปลูก ปริมาณ และคุณภาพตามความต้องการของตลาดที่ต้นทุนการผลิตต่ำและให้ผลตอบแทนต่อหน่วยพื้นที่สูงสุดนอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ให้แก่ผู้ที่สนใจจะเริ่มเข้าสู่วงการเกษตรเพื่อนำไปศึกษาต่อไป
วัตถุประสงค์
1. เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับความรู้พื้นฐานของเทคนิคการผลิตไม้ผลต่างๆ
2. เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถนำเทคนิคการผลิตไม้ผลไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่แปลง ปลูก
3. เป็นการสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรและผู้ที่สนใจเพิ่มขึ้
รับการอบรม เกษตรกร




การวิจัย

โครงการหลวงได้จัดการวิจัยมาแล้ว ๖๖ โครงการ โดยมีข้าราชการหลายหน่วยงานอาสา มาร่วมทำ คือ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแม่โจ้ กรมวิชาการเกษตร สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานเกษตรภาคเหนือ และสำนักงานพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ เป็นต้น กระทรวงเกษตรของสหรัฐอเมริกา ไต้หวัน และแคนาดา ให้ทุนสนับสนุน และประเทศต่างๆ หลายประเทศทูลเกล้าฯ ถวายพันธุ์พืชเมืองหนาว และอนุเคราะห์ให้เจ้าหน้าที่ไปดูงาน
ไม้ดอกเมืองหนาวที่ได้รับการส่งเสริมให้ปลูกทดแทนฝิ่น
ไม้ดอกเมืองหนาวที่ได้รับการส่งเสริม
ให้ปลูกทดแทนฝิ่น


การวิจัยส่วนมากเกี่ยวกับการหาพืชเมือง หนาวมาปลูก เพราะควรจะมีราคาสูงกว่าพืชเมืองร้อน ส่วนพืช เช่น ผักหรือไม้ดอก ที่ปลูกบนพื้นราบในฤดูหนาวได้ ก็จะเลี่ยงปลูกนอกฤดู ในเมื่อราคาสูงขึ้นหลายเท่าตลอดเวลา เราจะต้องคำนึงถึงรายได้ ที่จะต้องให้มากพอ ที่จะทดแทนรายได้จากฝิ่น
พืชที่ทำรายได้สูงกว่าฝิ่น

พืชที่ทำรายได้มากว่ารายได้จากฝิ่นมีหลายชนิด คือ

๑. ผลไม้เมืองหนาว คือ บ๊วย ท้อ พลัม แอปเปิล สาลี่ พลับ กีวี
๒. กาแฟอะราบิกา
๓. ผลไม้กึ่งหนาว คือ สตรอว์เบอรี องุ่น เฉพาะที่ไม่มีเมล็ด และเสาวรส
๔. เห็ดหอม
๕. ดอกไม้ คือ แกลดิโอลัส (ทั้งหัวและ ดอก) เยอร์บีราพันธุ์ยุโรปและที่ผสมขึ้น สแตติส จิบโซฟิลลา คาร์เนชัน แอลสโตรมีเรีย ลิลี ไอริส แดฟโฟดิล พรีเซีย และเบญจมาศ
๖. ผักเมืองหนาว และนอกฤดู เช่น กะหล่ำดาว กะหล่ำแดง กระเทียมต้น หอมญี่ปุ่น ผักชีฝรั่ง ผักกาดฝรั่งต่างๆ แรดิช เฟนเนล เทอร์นิพ และเอ็นไดฟ์
๗. มันฝรั่ง โดยเฉพาะเพื่อทำพันธุ์
๘. ถั่วแดงหลวงและถั่วอื่นๆ
๙. ลินสีด เพื่อเอาเมล็ดไปสกัดน้ำมัน และเอาเส้นในลำต้นไปทอผ้าลินิน
๑๐. ข้าวสาลี
ต้นตังกุยขณะมีดอกสวยงาม
ต้นตังกุยขณะมีดอกสวยงาม
สถานีวิจัย

โครงการหลวงมีสถานีวิจัย คือ

๑. สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง งานหลัก คือวิจัยผลไม้เมืองหนาว แต่ยังเป็นสถานที่อบรม และขยายพันธุ์อีกด้วย การวิจัยคาดว่า กำลังจะเสนอผลไม้ใหม่อีกชนิดหนึ่ง คือ ราสป์เบอร์รี

๒. สถานีแม่หลอด วิจัยหาสายพันธุ์กาแฟ อะราบิกาที่ปลอดโรคราสนิม

๓. สถานีเกษตรหลวงปางดะ ได้รับพระราชทานชื่อ "หลวง" เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๐ วิจัยผักและถั่ว แต่งานหลักคือ ขยายพันธุ์ไม้ผล และถั่ว

โครงการอินทนนท์ งานหลักคือ ส่งเสริม แต่มีการวิจัยไม้ดอก และที่สถานีย่อยขุนห้วยแห้ง วิจัยมะเดื่อหวาน ทับทิมและองุ่นไม่มีเมล็ด นอกจากนี้ยังมีแปลงหญ้าสำหรับเลี้ยง และขยายพันธุ์วัว พันธุ์ยุโรปที่ต้องการอากาศเย็นอีกด้วย
ดอกแอลสโตรมีเรีย
ดอกแอลสโตรมีเรีย
ขั้นตอนของการพัฒนาที่สูง

โครงการหลวงมีขั้นตอนการพัฒนาดังนี้

ขั้นพื้นฐาน


๑. สำรวจสำมะโนประชากรว่า มีอยู่กี่ครอบครัว แบ่งเป็นหญิง ชาย เด็ก และหาข้อมูลทางเศรษฐกิจ

๒. สำรวจและวางแผนการใช้ที่ดินด้วย กล้องถ่ายรูปสี่ช่วงแสงติดเครื่องบิน (Multispectrum) แบบเดียวกับที่ใช้ติดดาวเทียม การสำรวจโดยวิธีนี้กระทำได้รวดเร็วและเสียค่าใช้จ่ายน้อย การถ่ายภาพกระทำโดยกรมแผนที่ และการอ่านภาพถ่ายและรายงาน อยู่ในความรับผิดชอบของสภาวิจัยแห่งชาติ แผนการใช้ที่ดินแบ่งออกดังนี้ คือ

ก) ที่ชันมาก หรือหน้าดินตื้น สำหรับ ปลูกป่า ซึ่งต้องปลูกขึ้นถ้าถูกทำลายไปแล้ว
ข) ที่ชัน สำหรับปลูกไม้ยืนต้น แบ่ง ออกเป็นที่ที่ให้น้ำชลประทานได้และไม่ได้ แปลง ที่ให้น้ำได้ใช้สำหรับปลูกท้อ พลับ แอปเปิล สาลี่ ส่วนที่ให้น้ำไม่ได้สำหรับปลูกบ๊วย พลับ และกาแฟ เพราะต้นไม้พวกหลังนี้ใบผลิ ออกดอก และติดผล ขณะที่ยังมีฝนอยู่
ค) ที่ลาด สำหรับพืชไร่ เช่น ข้าวไร่ ข้าวสาลี ลินสีด
ง) ที่ลาดน้อยและให้น้ำได้ สำหรับ พืชที่ต้องดูแลมาก เช่น ผักและดอกไม้ ซึ่งแต่ละครอบครัว มีแรงงานเพาะปลูกได้เพียงหนึ่งไร่เท่านั้น แต่จะมีรายได้จากพืชผล
จ) ที่ไม่ชัน แต่หน้าดินตื้น สำหรับทำทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ ตามที่ได้กล่าวมาแล้ว ทุ่งเลี้ยงสัตว์บนที่สูงมีทางที่จะผลิตวัวพันธุ์ยุโรปได้ดี วัวสามารถเดินไปที่รถได้ ถ้าถนนเสีย
๓. บริรักษ์ เนื้อที่เพื่อการเกษตรที่แยก จำพวกการใช้ตามข้างบนนี้แล้ว ก็จำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะมีการบริรักษ์ เพื่อมิให้หน้าดินพังทลายลงมา เมื่อฝนตก มีการทำขั้นบันได ทำคูตามแนวระดับ เพื่อระบายน้ำ หรือปลูกพืชตามแนวระดับ เป็นต้น การบริรักษ์ทำให้ชาวเขาสามารถทำไร่ทำสวนอยู่ ที่เดิมได้ไม่ต้องทำไร่เลื่อนลอยอีกต่อไป ควรจะกล่าวในที่นี้ว่า โครงการหลวงกำลังทดลองการเพาะปลูกพืชไร่ โดยไม่ไถ หรือขุดพรวนดิน ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการพังทลายของดิน นอกจากนี้ การเพาะปลูกแบบใหม่นี้ จะทิ้งต้นและใบพืชเอาไว้ในไร่หลังจากเก็บเกี่ยว ซึ่งจะกลายเป็นอาหารของพืช ที่จะปลูกต่อไป กับทั้งจะป้องกันไม่ให้วัชพืชขึ้นอีกด้วย พืชผักเมืองหนาวที่ได้รับการวิจัยและส่งเสริมให้ปลูกทดแทนฝิ่น
พืชผักเมืองหนาวที่ได้รับการวิจัย
และส่งเสริมให้ปลูกทดแทนฝิ่น
๔. ชลประทาน ทำฝาย ท่อ และคูส่งน้ำ ดังที่กล่าวแล้วแต่ต้น ที่สูงมักจะกันดารน้ำ โครงการจึงได้ศึกษาระบบการให้น้ำหยด ของอิสราเอล และบัดนี้ ก็ได้ผลิตอุปกรณ์ระบบน้ำหยดจำหน่ายแล้ว
พืชผักเมืองหนาวที่ได้รับการวิจัยและส่งเสริมให้ปลูกทดแทนฝิ่น
พืชผักเมืองหนาวที่ได้รับการวิจัยและส่งเสริมให้ปลูกทดแทนฝิ่น
๕. ถนนมีความสำคัญมากในการพัฒนา เพราะที่ซึ่งการคมนาคมสะดวกสามารถผลิตพืชผล ที่ราคาแพงแต่ไม่ทนทานได้ เช่น ดอกไม้ ผัก และสตรอว์เบอร์รี

ส่วนบริเวณที่ห่างไกลจากถนนที่ใช้ได้สะดวก ก็ย่อมจะส่งเสริมพืชได้เฉพาะชนิดที่ทนทาน เท่านั้น 





อะโวคาโด...พืชเศรษฐกิจนอกสายตา
แอบทำเงินเงียบๆมานานนับ 10 ปี
ตลาดต้องการสูง ราคาแพง 50-60 บาท/กก.
อะโวคาโด เป็นไม้ผลที่มีคุณค่าทางอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายสูงมาก แต่เรื่องราวของอะโวคาโดกลับมีการเผยแพร่ผ่านสื่อไม่มากนัก ด้วยความเข้าใจที่ว่าอะโวคาโดเป็นไม้เมืองหนาวที่ต้องการความหนาวเย็นในการเจริญเติบโต เนื่องจากมีการนำเข้าพันธุ์มาทดลองปลูกและส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นหลัก จึงทำให้การขยายพื้นที่ปลูกอะโวคาโดจำกัดอยู่เฉพาะในพื้นที่เขตภาคเหนือเป็นหลัก ประกอบกับการนำเสนอผ่านสื่อค่อนข้างน้อยจึงทำให้อะโวคาโดได้รับความสนใจน้อยกว่าพืชอื่นๆ จนกลายเป็นพืชเศรษฐกิจนอกสายตาที่คนให้ความสนใจกันไม่มาก ทั้งที่อะโวคาโดเป็นไม้ผลที่มีสรรพคุณมากมายต่อร่างกายและจัดว่าเป็นพืชเพื่อสุขภาพที่เปี่ยมไปด้วยประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมาก อะโวคาโดเพิ่งจะได้รับความสนใจในการบริโภคและคนรักสุขภาพทั้งหลายเริ่มมองเห็นคุณค่าเมื่อไม่นานมานี้เอง จึงทำให้อะโวคาโดกลายเป็นผลไม้ที่มีความต้องการของตลาดสูงขณะที่พื้นที่ปลูกอะโวคาโดยังน้อยจึงทำให้ผลผลิตไม่เพียงพอกับความต้องการของผู้บริโภค ใครที่มองเห็นคุณค่าของไม้ผลชนิดนี้และปลูกมาก่อนจึงได้เปรียบในวันที่ตลาดต้องการไม้ผลชนิดนี้
ชาวสวนปากช่อง ปลูกอะโวคาโดทำเงินงียบๆมานานกว่า 10 ปี
เฉกเช่นเดียวกับ คุณสำเริง กลั่นกลิ่น เกษตรกรชาว อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมาที่สนใจอะโวคาโดมาตั้งแต่ 30 ปีที่แล้วและได้นำต้นมาทดลองปลูกที่สวนซึ่งก็เจริญเติบโตและให้ผลผลิตที่ดี ประกอบหลายสิบปีก่อน ทางสถานีวิจัยพืชสวนปากช่องก็ได้มีการนำพันธุ์อะโวคาโดมาทดลองปลูกเพื่อศึกษาวิจัยและส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกอย่พักหนึ่งแต่ก็ไม่ได้รับความสนใจมากเพราะตอนนั้นตลาดอะโวคาโดยังไม่เติบโต จึงเงียบหายไป แต่คุณสำเริงซึ่งสนใจไม้ผลชนิดนี้ได้ไปนำพันธุ์อะโวคาโดจากสถานีวิจัยพืชสวนปากช่องและไปหาพันธุ์จากโครงการหลวงทางภาคเหนือมาทดลองอย่างต่อเนื่องจนทำให้มีต้นอะโวคาโดอยู่มากกว่า 500 ต้น ที่ปลูกแซมไว้ในสวนน้อยหน่าเพชรปากช่อง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นต้นอายุ 8-10 ปี และในแต่ละปีอะโวคาโด 500 ต้นทำเงินให้กับคุณสำเริงไม่น้อยเลยทีเดียว
อะโวคาโด...ไม้ผลเพื่อสุขภาพมากสรรพคุณที่ต้องจับตา
เมื่อก่อนคนไทยไม่นิยมบริโภคอะโวคาโดเพราะเรามีทางเลือกในการบริโภคผลไม้อื่นๆมากมาย ประกอบกับคนไทยนิยมบริโภคผลไม้ที่มีรสหวาน กลิ่นหอมนุ่มนวลขณะที่อะโวคาโดมีรสชาติมัน ความอร่อยจึงน้อยกว่าผลไม้ชนิดอื่นที่คนไทยคุ้นเคย แต่เมื่อนำมาวิเคราะห์คุณค่าทางอาหารและเปรียบเทียบกับผลไม้อื่นพบ ว่า อะโวคาโดมีคุณค่าทางอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่าผลไม้ชนิดอื่น จึงถือว่าเป็น "อาหารเพื่อสุขภาพ" เพราะอุดมไปด้วยแร่ธาตุ และสารอาหารที่จำเป็นสำหรับร่างกาย ทำให้คนไทยหันมารับประทานกันมากขึ้น สำหรับประโยชน์ที่เด่นชัดนั้น ดังที่กล่าวไปมีไขมันที่อิ่มตัวที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยให้ผิวของเรานั้นชุ่มชื่นมีน้ำมีนวล มีความจำเป็นสำหรับการบำรุงหัวใจเป็นอย่างดี นอกจากนั้นยังช่วยให้ผิวมีสุขภาพแข็งแรงในการป้องกันแสงแดดช่วยในการสงเคราะห์ วิตามินดีจากแสงแดด มีสารอาหารที่สำคัญคือ กรดไขมันโอเมก้า 3 และโอเมก้า 6 สามารถที่จะกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตและขยายหลอดเลือด มีส่วนในการบำรุงระบบประสาทและสมองให้ความจำดี โดยที่ไม่ต้องไปหาอาหารเสริมจากที่ไหน เรามาดูสรรพคุณที่มากล้นกันชัดๆของอะโวคาโดกันค่ะ
- บำรุงสมองและป้องกันโรคสมองเสื่อม มีการค้นคว้าว่าการบริโภคอะโวคาโดอย่างสม่ำเสมอนั้นจะช่วยป้องกันโรคสมองเสื่อม เพราะว่ามีกรดโอเลอิกสูงในอะโวคาโดช่วยรักษาเนื้อเยื้อซึ่งช่วยป้องกันระบบประสาทและสมอง จึงทำให้การทำงานของสมองมีความรวดเร็วและไม่เมื่อยล้าหากใช้สมองอย่างนัก
- ช่วยในการเผาผลาญระบบของร่างกายเพราะในอะโวคาโดมีเอ็นไซม์ที่ช่วยในการทำงานระบบย่อยอาหาร จึงเหมาะสมในการลดน้ำหนัก และช่วยให้ร่างกายมีความสดชื่น สดใส มีผิวพรรณที่ดีอีกด้วย
- อะโวคาโดนั้นมีโปรตีนที่สูง และมีกรดอะมิโนสำหรับร่างกายในการย่อยโปรตีนที่ดีขึ้น และช่วยให้ตับอ่อนทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยต่อต้านเซลล์มะเร็งต่างๆ มีวิตามินอี ที่ต้อต้านอนุมูลอิสระทำให้ป้องกันเซลล์มะเร็งที่จะเกิดนั้นมีโอกาสเป็นน้อยลงได้
- ช่วยป้องกันโรคหัวใจได้ เพราะว่ามีสารที่สำคัญในการช่วยป้องกันและควบคุมการเต้นของหัวใจได้ดี ทำให้มีการไหลเวียนโลหิตที่ดี มีกรดโอเลอิกที่มีมากในผลอะโวคาโด
- ป้องกันมะเร็งต้านม มีการศึกษาอีกเช่นเดียวกันว่ามี ลูทีน วิตามินอี และมีไขมันอิ่มตัวเชิงเดียวสูงในผลอะโวคาโด จึงช่วยให้ลดความเสี่ยงมะเร็งเต้านม โดยเฉพาะหญิงที่ผ่านการมีครรภ์มาแล้ว
-นผลอะโวคาโด อุดมไปด้วยวิตามิน E และมีแอนตี้ออกซิเดนท์ที่ช่วยบำรุงผิวพรรณและความงามของผู้หญิง นอกจากนั้นยังมี วิตามิน B1 , B2 , B6 , ไนอาซีน , โพแทสเซียม , กรดโฟลิก , ฟอสฟอรัส ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายและบำรุงผิวให้เต่งตึง สดใส ไร้รอยเหี่ยวย่น
อะโวคาโดทานยังไงให้อร่อย
อะโวคาโดสามารถทานและทำอาหารได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น เป็นผลไม้ในสลัด , น้ำสลัดอะโวคาโด แยม ใช้รับประทานแทนพวกแตงไทย หรือว่าฟักทองทานกับน้ำกะทิ ทานกับไอศกรีม หรือเป็นส่วนผสมของไอศครีมอะโวคาโด หรือจะทานง่ายๆโดยโรยน้ำตาล น้ำผึ้งแล้วตักทานได้เลยก็อร่อยแล้ว ซึ่งตอนนี้นิยมทานแบบนี้ที่สุดค่ะ
ผลผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด
คุณสำเริงบอกว่า อะโวคาโดเป็นพืชที่มีอนาคตทางการตลาดที่สุดใสมาก เพราะตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาคุณสำเริงทำเงินจากอะโวคาโดได้มาก เพราะต้นหนึ่งจะให้ผลผลิตประมาณ 300-500 กก. ในสวนมีต้นอะโวคาโดประมาณ 500 ต้น ผลผลิตในแต่ละปีก็น่าจะประมาณ 100-200 ตันทุกปีจะมีแม่ค้าเข้ามาติดต่อซื้อผลผลิตที่สวนเพิ่มขึ้นทุกปี จนทำให้คุณสำเริงตัดสินใจปลูกอะโวคาโดขยายพื้นที่เพิ่มอีก 40-50 ไร่ ในปีนี้ และมั่นใจว่า อะโวคาโดจะมีอนาคตทางการตลาดที่ดี โดยราคาขายในปัจจุบันอยู่ที่ 25-30 บาท/กก. ราคานี้เป็นราคาหน้าสวนที่แม่ค้ามาเก็บผลผลิตเองเลย ราคาขายปลีกก็ 50-60 บาท/กก.ค่ะ
ปลูกและดูแลง่ายมาก
คุณสำเริงบอกว่าอะโวคาโดเป็นพืชที่ปลูกง่ายมากซึ่งที่ผ่านมาคุณสำเริงแทบไม่ได้ดูแล โดยอะโวคาโดจะปลูกแซมในสวนน้อยหน่าเพชรปากช่อง คุณสำเริงบอกว่าถ้าพันธุ์ที่ต้นเล็ก ทรงพุ่มเล็กจะปลูกโดยใช้ระยะปลูก 6 เมตร พันธุ์ที่ต้นใหญ่จะใช้ระยะปลูก 8 เมตร หลังปลูกก็ให้ปุ๋ยบ้าง 1-2 เดือนครั้ง อะโวคาโดเป็นพืชที่ต้องการน้ำสม่ำเสมอ หลังปลูก 3 ปีอะโวคาโดก็ให้ผลผลิตเก็บเกี่ยวได้แล้ว และจะให้ผลผลิตมากขึ้น เมื่ออายุ 5-6 ปี โดยผลผลิตต้นหนึ่งประมาณ 400-500 กก. โดยจะให้ผลผลิตประปรายตลอดทั้งปี แต่จะดกมากๆในช่วงเดือน พ.ค.-ก.ย.

ปลูกอะโวคาโดพันธุ์ไหนดี
อะโวคาโดถูกนำมาปลูกโดยโครงการหลวงซึ่งนำอะโวคาโดมาทดลองปลูกที่พื้นที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเริงเมื่อประมาณปี พ.ศ.2526 ปรากฏว่าผลผลิตที่ได้มีคุณภาพดี จึงนำมาส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกเป็นพืชสร้างรายได้ในพื้นที่เขตภาคเหนือเป็นหลักเนื่องจากอะโวคาโดเติบโตได้ดีในพื้นที่ภาคเหนือที่มีอากาศหนาวเย็น โดยพันธุ์อะโวคาโดที่นำมาปลูกและให้ผลผลิตดีและได้รับความนิยมมีหลายสายพันธุ์ ได้แก่
1.พันธุ์ปีเตอร์สัน (Peterson) เป็นเผ่าเวสต์อินเดียน ลักษณะผลค่อนข้างกลม มีขนาดเล็กถึงขนาดกลาง น้ำหนัก 200-300 กรัม เนื้อผลสีเหลืองอมเขียว รสดีเมล็ดใหญ่อยู่ในช่องเมล็ดแน่น เป็นพันธุ์เบา เก็บเกี่ยวผลได้ในเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม พันธุ์นี้เป็นพันธุ์ที่นิยมที่สุดและมีคุณสมบัติที่ดีค่ะ
2.พันธุ์บูธ 7 (Booth-7) เป็นลูกผสมระหว่างเผ่ากัวเตมาลัน และเวสต์อินเดียนผลลักษณะค่อนข้างกลม ขนาดกลาง น้ำหนัก 300-500 กรัม ผิวผลขรุขระเล็กน้อยสีเขียว เปลือกหนา เนื้อสีเหลืองอ่อน รสดี เมล็ดขนาดกลาง มีไขมัน 7-14เปอร์เซ็นต์ ช่วงเก็บเกี่ยวผลประมาณเดือนกันยายน-ตุลาคม
3.พันธุ์บูธ 8 (Booth-8) ลักษณะผลรูปไข่ ขนาดเล็กถึงกลาง น้ำหนักประมาณ 270-400 กรัม ผิวผลขรุขระเล็กน้อย สีเขียว เปลือกหนา เนื้อสีครีมอ่อนรสชาติพอใช้ มีไขมัน 6-12 เปอร์เซ็นต์ เมล็ดมีขนาดกลางถึงใหญ่อยู่ในช่องเมล็ดแน่น ฤดูเก็บเกี่ยวประมาณเดือนกันยายน-ตุลาคม
4.พันธุ์แฮสส์ (Hass) เป็นพันธุ์การค้าอันดับ 1 ของโลก เป็นพันธุ์เผ่ากัวเตมาลัน ลักษณะผลรูปไข่ ผิวผลขรุขระมาก ผิวสีเขียว เมื่อสุกอาจเป็นสีเขียวเข้มหรือม่วงเข้ม ผลมีขนาดเล็ก น้ำหนัก 200-300 กรัม เนื้อผลสีเหลือง มีไขมันประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ เมล็ดมีขนาดเล็กถึงขนาดกลาง เก็บเกี่ยวผลได้ในเดือนพฤศจิกายนแต่พันธุ์แฮสส์ มีปัญหาหากความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่เพียงพอจะทำให้ผลผลิตไม่ค่อยดี


คุณ : สำเริง กลั่นกลิ่น